กิจกรรมลูกเสือ

ปฐมพยาบาลในค่ายลูกเสือ สิ่งที่ควรรู้ก่อนช่วยเพื่อน

คู่มือปฐมพยาบาลในค่ายลูกเสือสำหรับนักเรียนและผู้ดูแล รู้ลำดับการแจ้งเหตุ อุปกรณ์ที่ควรมี ข้อห้าม และเมื่อใดควรโทร 1669

ปฐมพยาบาลในค่ายลูกเสือ สิ่งที่ควรรู้ก่อนช่วยเพื่อน

การปฐมพยาบาลในค่ายลูกเสือ คือการช่วยเหลือเบื้องต้นอย่างปลอดภัย พร้อมแจ้งผู้บังคับบัญชาหรือเจ้าหน้าที่ทันที ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือรักษาแทนบุคลากรทางการแพทย์ หลักสำคัญคือดูว่าพื้นที่ปลอดภัย ประเมินผู้บาดเจ็บ ขอความช่วยเหลือ และไม่ทำสิ่งที่เกินความรู้หรืออุปกรณ์ที่มี เมื่อสงสัยว่าเป็นภาวะฉุกเฉินหรือมีอันตรายต่อชีวิต ให้โทร 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉิน

บทความนี้ใช้เป็นคู่มือเตรียมตัวสำหรับกิจกรรมค่าย ไม่แทนการอบรมปฐมพยาบาลหรือคำแนะนำจากแพทย์ ผู้กำกับควรกำหนดผู้รับผิดชอบ จุดปฐมพยาบาล ช่องทางติดต่อ และแผนอพยพก่อนเริ่มกิจกรรมทุกครั้ง

ลำดับแรกเมื่อพบเพื่อนบาดเจ็บในค่าย

ให้จำลำดับง่าย ๆ ว่า หยุด–ดู–แจ้ง–ช่วยเท่าที่ปลอดภัย

  1. หยุดกิจกรรมและกันคนอื่นออกจากจุดเสี่ยง เช่น พื้นลื่น ของร้อน สัตว์มีพิษ หรือถนน
  2. ดูความปลอดภัยของตนเอง ผู้บาดเจ็บ และคนรอบข้างก่อนเข้าใกล้
  3. แจ้งผู้กำกับ ครู เจ้าหน้าที่ค่าย หรือหน่วยปฐมพยาบาลทันที
  4. พูดคุยกับผู้บาดเจ็บอย่างสงบ ถามชื่อ สิ่งที่เกิดขึ้น และอาการ โดยไม่เคลื่อนย้ายโดยไม่จำเป็น
  5. ช่วยเหลือเฉพาะเรื่องที่ผ่านการฝึกและทำได้อย่างปลอดภัย แล้วรอผู้มีหน้าที่รับช่วงต่อ

การมีเพื่อนยืนล้อมหรือพูดถามพร้อมกันอาจทำให้ผู้บาดเจ็บตกใจ จึงควรให้หัวหน้าหมู่หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ประสานงานเพียงคนเดียว ส่วนคนอื่นช่วยเปิดทาง นำชุดปฐมพยาบาล หรือบอกตำแหน่งเกิดเหตุแก่ผู้ใหญ่

เมื่อใดควรโทร 1669

หากผู้บาดเจ็บไม่รู้สึกตัว หายใจลำบาก มีเลือดออกมาก ชัก เจ็บหน้าอกรุนแรง มีอาการอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดหลังเกิดขึ้นฉับพลัน บาดเจ็บรุนแรงจากการตกหรือกระแทก สงสัยกระดูกคอหรือหลังบาดเจ็บ หรือมีอาการแพ้รุนแรง ให้รีบแจ้งครูและโทร 1669 อย่ารอดูอาการเอง

เมื่อโทร ให้บอกข้อมูลสั้น ชัด และเป็นลำดับ ได้แก่

  • จุดเกิดเหตุที่ทีมกู้ชีพเข้าถึงได้ เช่น ชื่อค่าย ทางเข้า ฐานกิจกรรม หรือจุดนัดพบ
  • ลักษณะเหตุและจำนวนผู้บาดเจ็บ
  • อาการสำคัญที่สังเกตได้ เช่น รู้สึกตัวหรือไม่ หายใจอย่างไร มีเลือดออกหรือไม่
  • เบอร์โทรสำหรับติดต่อกลับ และผู้ที่จะไปรอรับเจ้าหน้าที่

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติระบุให้โทร 1669 เมื่อเกิดภาวะฉุกเฉินวิกฤติ เพื่อให้ศูนย์รับแจ้งเหตุจัดส่งทีมกู้ชีพตามความเหมาะสม ดูข้อมูลจาก สพฉ. ระหว่างรอ ให้ทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ และอย่าวางสายจนกว่าจะได้รับอนุญาต

ชุดปฐมพยาบาลสำหรับค่ายควรมีอะไรบ้าง

ผู้จัดค่ายควรตรวจวันหมดอายุและจำนวนอุปกรณ์ก่อนทุกครั้ง ตัวอย่างของใช้พื้นฐาน ได้แก่

  • ถุงมือใช้ครั้งเดียวและเจลล้างมือ
  • ผ้าก๊อซชนิดปลอดเชื้อ พลาสเตอร์ และผ้าพันแผล
  • น้ำเกลือสำหรับล้างแผลตามความเหมาะสม
  • เทปสำหรับปิดผ้าก๊อซ กรรไกรปลายทู่ และแหนบที่สะอาด
  • ถุงประคบเย็นชนิดใช้ครั้งเดียวหรืออุปกรณ์ประคบเย็นที่ห่อด้วยผ้า
  • ผ้าสามเหลี่ยมสำหรับช่วยพยุงตามการฝึก
  • รายชื่อเบอร์ติดต่อฉุกเฉิน ข้อมูลสุขภาพที่ผู้ปกครองอนุญาตให้ใช้ และแบบบันทึกเหตุการณ์

ยาไม่ควรถูกหยิบใช้โดยไม่มีระบบ ผู้จัดค่ายควรกำหนดผู้ดูแลยา วิธีบันทึก และการส่งต่อให้ชัดเจน โดยเฉพาะผู้เข้าร่วมที่มียาประจำตัวหรือข้อจำกัดเฉพาะบุคคล

แผลถลอก แผลเล็ก และเลือดออกเล็กน้อย

สำหรับบาดแผลเล็กน้อย ให้ล้างมือหรือสวมถุงมือก่อน หากแผลไม่รุนแรงและไม่มีสิ่งแปลกปลอมฝังอยู่ สามารถใช้น้ำสะอาดไหลผ่านเพื่อล้างสิ่งสกปรก ซับรอบแผลอย่างเบามือ แล้วปิดด้วยวัสดุสะอาดที่เหมาะสม แจ้งผู้ใหญ่และบันทึกเหตุการณ์เสมอ

หากเลือดออกมาก แผลลึก มีสิ่งแปลกปลอมปักอยู่ ถูกสัตว์กัดหรือข่วน แผลสกปรกมาก หรือผู้บาดเจ็บมีอาการซีด หน้ามืด และอ่อนแรง ให้กดแผลด้วยผ้าก๊อซหรือผ้าสะอาดตามการฝึก โดยไม่ดึงวัตถุที่ฝังออก และขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที

ข้อควรระวังเมื่อสงสัยกระดูกหักหรือบาดเจ็บศีรษะ

ไม่ควรดัด ดึง หรือพยายามจัดกระดูกเอง หลีกเลี่ยงการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ เว้นแต่พื้นที่นั้นมีอันตรายทันที เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม หรือการจราจร ให้ผู้บาดเจ็บอยู่นิ่งที่สุดเท่าที่ทำได้ ใช้คำพูดปลอบให้สงบ และรอผู้ที่ผ่านการฝึกหรือเจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน

หลังการกระแทกศีรษะ ควรแจ้งผู้ใหญ่ทุกครั้ง แม้อาการแรกเริ่มดูไม่มาก หากมีหมดสติ อาเจียนซ้ำ ปวดศีรษะรุนแรง สับสน ง่วงผิดปกติ ชัก หรือพฤติกรรมเปลี่ยนไป ต้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉินโดยเร็ว

เป็นลม อ่อนเพลียจากแดด และภาวะร้อน

กิจกรรมกลางแจ้งทำให้เสี่ยงต่อการขาดน้ำและความร้อนสูงได้ สัญญาณที่ควรระวัง ได้แก่ อ่อนเพลียมาก เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ เดินเซ สับสน หรือหมดสติ ให้หยุดกิจกรรม พาไปยังร่มที่ปลอดภัย แจ้งผู้ใหญ่ คลายเสื้อผ้าที่รัดแน่น และช่วยลดความร้อนตามคำแนะนำของผู้ดูแล

อย่าฝืนให้ผู้ที่ซึม สับสน อาเจียน หรือไม่รู้สึกตัวดื่มน้ำ เพราะอาจสำลักได้ หากมีอาการรุนแรงหรือไม่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ให้โทร 1669 การป้องกันที่ดีที่สุดคือดื่มน้ำสม่ำเสมอ พักในร่ม และปรับกิจกรรมตามอากาศ ไม่รอจนกระหายน้ำมาก

แมลงกัดต่อย สัตว์มีพิษ และอาการแพ้

เมื่อถูกแมลงกัดต่อย ให้พาออกจากจุดเสี่ยง ตรวจอาการ และแจ้งครูทันที หากมีผื่นลมพิษทั่วตัว หายใจติดขัด เสียงเปลี่ยน หน้าหรือริมฝีปากบวม เวียนศีรษะมาก หรือหมดสติ ให้ถือเป็นเหตุฉุกเฉิน โทร 1669 และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

หากสงสัยถูกงูหรือสัตว์มีพิษกัด อย่ากรีดแผล ดูดพิษ ขันชะเนาะแน่น หรือให้เดินเอง ให้ผู้บาดเจ็บอยู่นิ่งที่สุด แจ้งผู้ดูแลและขอความช่วยเหลือฉุกเฉินโดยเร็ว การถ่ายรูปสัตว์เพื่อระบุชนิดไม่ควรทำหากเสี่ยงต่อความปลอดภัย

หน้าที่ของหมู่ในการดูแลความปลอดภัย

ความปลอดภัยไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยพยาบาลคนเดียว ทุกคนช่วยลดเหตุได้ด้วยการตรวจรองเท้า ดื่มน้ำ เก็บพื้นที่ให้เรียบร้อย ใช้อุปกรณ์ตามกติกา และแจ้งความผิดปกติตั้งแต่ยังเล็ก หัวหน้าหมู่ควรรู้ว่าใครแพ้อาหาร ใครมียาประจำตัวตามข้อมูลที่ครูอนุญาต และจุดรวมพลหรือจุดปฐมพยาบาลอยู่ที่ใด

ในการเข้าแถวหรือเดินทางไกล ให้ใช้ระบบนับจำนวนสมาชิกก่อนออกและเมื่อถึงจุดหมาย อย่าแยกเดินคนเดียว และบอกผู้ใหญ่ทุกครั้งหากต้องออกจากพื้นที่กิจกรรม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลในค่าย

นักเรียนควรพกยาสามัญเองหรือไม่?

ให้ปฏิบัติตามระเบียบของโรงเรียน ยาประจำตัวควรมีฉลาก วิธีใช้ และแจ้งครูผู้ดูแล ส่วนยาอื่นไม่ควรแบ่งให้เพื่อนหรือรับประทานเองโดยผู้ใหญ่ไม่ทราบ

หากเพื่อนเป็นลม ควรทำอะไรเป็นอย่างแรก?

ให้แจ้งผู้ใหญ่ทันที ตรวจว่าพื้นที่ปลอดภัยและผู้ป่วยตอบสนองหรือหายใจตามปกติหรือไม่ อย่าให้ดื่มน้ำหรือยาเมื่อยังซึม ไม่รู้สึกตัว หรือกลืนลำบาก และโทร 1669 หากอาการรุนแรง

ต้องย้ายผู้บาดเจ็บออกจากจุดเกิดเหตุทันทีไหม?

ไม่เสมอไป หากสงสัยบาดเจ็บศีรษะ คอ หรือหลัง ไม่ควรเคลื่อนย้าย เว้นแต่จุดเกิดเหตุมีอันตรายเฉพาะหน้า ให้ผู้ที่ผ่านการฝึกหรือเจ้าหน้าที่เป็นผู้ตัดสินใจและช่วยเหลือ

การเตรียมแผนฉุกเฉินควรทำคู่กับการเตรียมสัมภาระ อ่านต่อได้ที่ รายการของไปค่ายลูกเสือ และตรวจหน้าที่หมู่จาก แนวทางการตรวจค่ายพักแรม ก่อนออกเดินทาง