การศึกษา

Moving Average (MA) คืออะไร? วิธีคำนวณค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่

Moving Average หรือ MA คือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สำหรับดูแนวโน้มข้อมูลตามเวลา เรียนรู้สูตร วิธีคำนวณ Simple Moving Average และการเลือกจำนวนช่วง

Moving Average (MA) คืออะไร? วิธีคำนวณค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่

Moving Average หรือ MA คือค่าเฉลี่ยของข้อมูลในช่วงเวลาย้อนหลังจำนวนหนึ่ง แล้วเลื่อนช่วงเวลาไปทีละหน่วยเพื่อสร้างค่าเฉลี่ยชุดใหม่ ใช้เพื่อทำให้ข้อมูลที่ขึ้นลงระยะสั้นดูเรียบขึ้นและเห็นแนวโน้มได้ง่ายขึ้น MA แบบพื้นฐานเรียกว่า Simple Moving Average หรือ SMA ซึ่งให้น้ำหนักข้อมูลทุกช่วงเท่ากัน

สูตร SMA สำหรับ n ช่วงคือ SMA = (x₁ + x₂ + ... + xₙ) / n เมื่อมีข้อมูลใหม่เข้ามา ให้ตัดข้อมูลที่เก่าที่สุดในช่วงนั้นออก แล้วคำนวณเฉลี่ยใหม่

วิธีคำนวณ Moving Average 3 ช่วง

สมมติยอดขายรายเดือนคือ มกราคม 90, กุมภาพันธ์ 120, มีนาคม 150 และเมษายน 180 ชิ้น

  • MA 3 ช่วงของเดือนมีนาคม = (90 + 120 + 150) / 3 = 120
  • MA 3 ช่วงของเดือนเมษายน = (120 + 150 + 180) / 3 = 150

สังเกตว่าช่วงคำนวณ “เลื่อน” จาก ม.ค.–มี.ค. ไปเป็น ก.พ.–เม.ย. ข้อมูลใหม่เข้ามาแทนข้อมูลเก่าที่สุด นี่คือที่มาของชื่อค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่

MA ใช้ประโยชน์อะไร

MA ช่วยลดความผันผวนระยะสั้นของข้อมูลตามเวลา ทำให้มองแนวโน้มยอดขาย จำนวนผู้ใช้งาน ปริมาณผลผลิต หรือข้อมูลลำดับเวลาอื่นได้ง่ายขึ้น ยิ่งใช้จำนวนช่วงมาก เส้น MA จะยิ่งเรียบ แต่จะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงใหม่ช้าลง

ตัวอย่าง ข้อมูลยอดขายรายวันอาจแกว่งจากวันหยุดหรือโปรโมชั่น การดู MA 7 วันช่วยเห็นทิศทางกว้างกว่าดูรายวันเพียงค่าเดียว อย่างไรก็ดี MA ไม่รู้สาเหตุของการเปลี่ยนแปลง จึงต้องวิเคราะห์ปัจจัยจริงร่วมด้วย

ควรเลือก MA กี่ช่วง

เลือกตามความถี่ข้อมูลและเป้าหมาย

  • ข้อมูลรายวัน อาจใช้ 7 วันเพื่อดูรูปแบบรายสัปดาห์
  • ข้อมูลรายเดือน อาจใช้ 3, 6 หรือ 12 เดือนตามฤดูกาลที่ต้องการดู
  • ต้องการตอบสนองเร็ว ใช้ช่วงสั้น
  • ต้องการแนวโน้มเรียบ ใช้ช่วงยาว

ไม่มีจำนวนช่วงที่ถูกต้องตายตัว ควรทดลองกับข้อมูลย้อนหลังและเลือกค่าที่อธิบายหรือพยากรณ์ได้เหมาะสมกับงาน ไม่เลือกเพียงเพราะเส้นกราฟดูสวย

MA ต่างจาก WMA อย่างไร

MA หรือ SMA ให้ข้อมูลทุกช่วงน้ำหนักเท่ากัน แต่ Weighted Moving Average (WMA) ให้น้ำหนักแต่ละช่วงต่างกัน เช่น ให้เดือนล่าสุดสำคัญที่สุด WMA จึงไวต่อข้อมูลใหม่มากกว่า อ่านตัวอย่างคำนวณได้ที่ Weighted Moving Average คืออะไร

ข้อจำกัดของ Moving Average

MA เป็นข้อมูลย้อนหลัง จึงมีความหน่วง (lag) และอาจตามการกลับตัวของแนวโน้มไม่ทัน นอกจากนี้ช่วงแรกของข้อมูลจะยังคำนวณ MA ไม่ได้จนกว่าจะมีข้อมูลครบตามจำนวนช่วงที่กำหนด

MA จึงควรใช้เป็นเครื่องมือช่วยมองแนวโน้ม ไม่ควรใช้เป็นหลักฐานเดียวเพื่อยืนยันเหตุและผล หรือคาดการณ์ผลลัพธ์โดยไม่ตรวจคุณภาพข้อมูลและปัจจัยภายนอก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Moving Average

MA กับค่าเฉลี่ยธรรมดาเหมือนกันไหม?

ทั้งคู่ใช้หลักบวกแล้วหาร แต่ MA ใช้กับข้อมูลตามเวลาและคำนวณซ้ำใน “หน้าต่างเวลา” ที่เลื่อนไปเรื่อย ๆ ส่วนค่าเฉลี่ยธรรมดามักใช้สรุปชุดข้อมูลทั้งหมดครั้งเดียว

MA สูงขึ้นแปลว่าอะไร?

หมายถึงค่าเฉลี่ยในช่วงเวลาย้อนหลังที่เลือกมีแนวโน้มสูงขึ้น แต่ต้องดูหน่วยของข้อมูลและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นร่วมด้วย จึงจะตีความได้ถูกต้อง

ใช้ MA กับข้อมูลที่ไม่เรียงตามเวลาได้ไหม?

ไม่เหมาะ เพราะแนวคิดการเลื่อนช่วงพึ่งพาลำดับเวลา หรืออย่างน้อยต้องเป็นลำดับที่มีความหมายต่อกัน

เริ่มจากพื้นฐานการหาค่ากลางได้ที่ วิธีหาค่าเฉลี่ย