พลาสติก PET คืออะไร? รู้จักกับพลาสติก PET ในเชิงลึก
เจาะลึกพลาสติก PET หรือพลาสติกเบอร์ 1 ว่าทำไมจึงนิยมทำขวดใส มีข้อจำกัดอย่างไร ใช้ซ้ำได้ไหม และควรคัดแยกก่อนรีไซเคิลแบบไหน

ขวดน้ำดื่มใสที่บีบแล้วมีเสียงกรอบ ขวดน้ำอัดลม และถาดอาหารใสบางชนิดมักทำจาก PET วัสดุที่ผู้ผลิตเลือกเพราะมองเห็นสินค้าด้านในได้ น้ำหนักเบา และกั้นก๊าซได้ดีกว่าพลาสติกหลายชนิด
พลาสติก PET คืออะไร?
PET ย่อมาจาก Polyethylene Terephthalate หรือพอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต เป็นพลาสติกในตระกูลพอลิเอสเตอร์ เมื่อขึ้นรูปเป็นขวดหรือแผ่นจะให้ชิ้นงานที่ใส แข็ง และคงรูป ส่วนเมื่อปั่นเป็นเส้นใย วัสดุเดียวกันนี้คือพอลิเอสเตอร์ที่ใช้ในเสื้อผ้า พรม และใยสังเคราะห์
PET ใช้รหัสเรซิน เลข 1 และอาจพิมพ์คำว่า PET หรือ PETE ใต้สัญลักษณ์ ทั้งสองคำหมายถึงวัสดุชนิดเดียวกัน รหัสนี้ทำหน้าที่ระบุเรซิน ไม่ได้แปลว่าขวดทุกแบบจะถูกรับรีไซเคิลหรือใช้ซ้ำได้ไม่จำกัด
คุณสมบัติที่ทำให้ PET เหมาะกับขวด
- ใสและผิวเรียบ ผู้บริโภคมองเห็นเครื่องดื่มหรืออาหารภายในได้
- แข็งแรงเมื่อเทียบกับน้ำหนัก ขวดบางแต่รับแรงจากเครื่องดื่มอัดก๊าซได้เมื่อออกแบบอย่างเหมาะสม
- กั้นก๊าซได้ดี ช่วยรักษาคาร์บอนไดออกไซด์ในน้ำอัดลมและลดออกซิเจนผ่านเข้าสู่บรรจุภัณฑ์
- ไม่แตกเป็นเศษคมเหมือนแก้ว ทำให้ขนส่งง่ายและลดน้ำหนักบรรจุภัณฑ์
- ขึ้นรูปได้เร็ว นิยมฉีดเป็นหลอดพรีฟอร์มแล้วเป่าให้เป็นขวดตามรูปทรง
PET ไม่ได้เหมาะกับทุกสถานการณ์ ความร้อนทำให้ขวดทั่วไปเสียรูปได้ และแสงหรือออกซิเจนยังผ่านได้บางส่วน ผลิตภัณฑ์ที่ไวต่อสิ่งเหล่านี้อาจต้องใช้สี ชั้นเคลือบ หรือบรรจุภัณฑ์ชนิดอื่น
PET ใช้ทำอะไรนอกจากขวดน้ำ?
นอกจากขวดน้ำดื่ม น้ำอัดลม น้ำมันพืช และเครื่องปรุง PET ยังใช้ทำถาดอาหารใส บรรจุภัณฑ์แบบฝาพับ และฟิล์มบางชนิด PET ที่ปรับโครงสร้างให้ทนความร้อนมากขึ้นอาจใช้กับถาดอาหารพร้อมอุ่น แต่ต้องดูคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ ไม่ควรนำคุณสมบัติของเกรดเฉพาะไปเหมารวมกับขวดน้ำทั่วไป
เมื่อรีไซเคิลเป็นเส้นใย PET สามารถนำไปทำเสื้อผ้า กระเป๋า พรม ไส้หมอน หรือสายรัดสินค้าได้ บรรจุภัณฑ์ PET รีไซเคิลบางระบบสามารถกลับไปเป็นบรรจุภัณฑ์อาหารได้ หากกระบวนการผลิตและการตรวจสอบผ่านข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
ขวด PET ใช้ซ้ำได้ไหม?
คำตอบที่ตรงที่สุดคือ ขวดน้ำใช้ครั้งเดียวถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานตามที่ระบุ ไม่ใช่กระติกน้ำถาวร ปัญหาหลักของการใช้ซ้ำมักมาจากรูปทรงที่ล้างยาก รอยยับ รอยขีดข่วน และฝาที่สะสมคราบ มากกว่าจะตัดสินด้วยชื่อพลาสติกเพียงอย่างเดียว
หากจำเป็นต้องเติมน้ำซ้ำช่วงสั้น ๆ ควรรักษาความสะอาด ไม่ใส่ของร้อน ไม่วางตากแดดในรถ และเลิกใช้เมื่อขวดมีกลิ่น เปลี่ยนสี หรือเสียรูป สำหรับใช้ทุกวันควรเลือกขวดที่ออกแบบให้ใช้ซ้ำ ล้างทั่วถึง และมีคำแนะนำชัดเจนจากผู้ผลิต
PET ใส่อาหารร้อนหรือเข้าไมโครเวฟได้ไหม?
ขวด PET ทั่วไปไม่ควรใส่น้ำร้อนหรือเข้าไมโครเวฟ เพราะรูปทรงและเกรดไม่ได้ออกแบบมาสำหรับอุณหภูมินั้น แม้จะมี PET เกรดทนความร้อนในตลาด แต่ให้พิจารณาสัญลักษณ์และคำแนะนำบนภาชนะเป็นหลัก
อย่าใช้เลข 1 เพียงอย่างเดียวเพื่อตัดสินเรื่องความร้อน และอย่านำขวดน้ำมันหรือภาชนะที่เคยบรรจุสารอื่นมาใส่น้ำดื่ม การใช้งานเดิม สารตกค้าง ฝาปิด และสภาพขวดล้วนสำคัญ
PET ต่างจาก HDPE และ PP อย่างไร?
| เปรียบเทียบ | PET | HDPE | PP |
|---|---|---|---|
| รหัสเรซิน | 1 | 2 | 5 |
| ลักษณะทั่วไป | ใส แข็ง | ขุ่น เหนียว | ขุ่นถึงกึ่งใส |
| จุดเด่น | กั้นก๊าซและเห็นสินค้าชัด | ทนกระแทกและสารเคมี | ทนพับและมีเกรดทนร้อน |
| ตัวอย่าง | ขวดน้ำอัดลม | แกลลอน ขวดนม | กล่องอาหาร ฝาขวด |
ขวดใสไม่ได้แปลว่าเป็น PET ทุกชิ้น พลาสติก PVC หรือวัสดุในกลุ่ม OTHER เบอร์ 7 ก็ทำให้ใสได้เช่นกัน จึงควรดูรหัสหรือชื่อวัสดุมากกว่าดูด้วยตา
วิธีคัดแยก PET ก่อนรีไซเคิล
เริ่มจากเทของเหลวออก ล้างพอไม่มีคราบหรือกลิ่น และผึ่งให้แห้ง บีบขวดเพื่อลดพื้นที่ได้หากจุดรับอนุญาต เรื่องฝาขวด ฉลาก และห่วงพลาสติกควรทำตามข้อกำหนดของผู้รับ เพราะแต่ละระบบใช้เครื่องคัดแยกต่างกัน
ขวดใส สีฟ้าอ่อน สีเขียว หรือทึบอาจมีมูลค่ารับซื้อไม่เท่ากัน PET ที่ปนอาหาร น้ำมัน กาว หรือพลาสติกชนิดอื่นทำให้คุณภาพวัตถุดิบรีไซเคิลลดลง การคัดให้ถูกชนิดจึงสำคัญกว่าการโยนทุกอย่างลงถังที่เขียนว่ารีไซเคิล
สรุปให้จำง่าย
พลาสติก PET คือพลาสติกเบอร์ 1 ที่เด่นเรื่องความใส ความแข็งแรงต่อน้ำหนัก และการกั้นก๊าซ จึงเหมาะกับขวดเครื่องดื่มและถาดใส ขวดทั่วไปไม่เหมาะกับของร้อนหรือการใช้ซ้ำระยะยาว หากอยากเทียบพลาสติกทั้งชุด อ่านต่อที่ HDPE เบอร์ 2, PVC เบอร์ 3, LDPE เบอร์ 4, PP เบอร์ 5 และ PS เบอร์ 6
คลังความรู้ลูกเสือไทย